1. กู้เท่าที่จำเป็น ไม่ใช่เท่าที่ได้
วงเงินที่อนุมัติคือ “เพดาน” ไม่ใช่เป้าหมาย ถ้าต้องใช้ 15,000 บาท อย่าเบิก 50,000 บาทเพียงเพราะมีให้ใช้ ดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดคิดตามยอดที่เบิกและจำนวนวันที่ค้าง ยิ่งเบิกมาก ค้างนาน ยิ่งแพง
2. คุมภาระผ่อนทั้งหมดไม่ให้เกิน 1 ใน 3 ของรายได้
บทความให้ความรู้ของ ttb อ้างอิงข้อมูลจาก ธปท. ว่า ก่อนตัดสินใจก่อหนี้ ควรพิจารณาสัดส่วนการผ่อนชำระหนี้ทั้งหมดในแต่ละเดือนไม่ให้เกิน 1 ใน 3 ของรายได้ต่อเดือน เช่น รายได้ 30,000 บาท ภาระผ่อนหนี้ทุกประเภทรวมกันควรไม่เกินราว 10,000 บาท
3. รู้ต้นทุนจริงก่อนกด
ใช้ เครื่องคิดดอกเบี้ย ก่อนเบิกทุกครั้งที่เป็นก้อนใหญ่ เช่น เบิก 50,000 บาทที่ 25% ต่อปี ค้าง 30 วัน = ดอกเบี้ยประมาณ 1,027 บาท ถ้าค้าง 6 เดือน = ประมาณ 6,200 บาท (หากไม่ได้ชำระเงินต้นเลย)
4. จ่ายให้มากกว่าขั้นต่ำเสมอ
ขั้นต่ำ 3% ทำให้เงินส่วนใหญ่ในงวดแรก ๆ ไปเป็นดอกเบี้ย ตัวอย่างของ ttb เองก็แสดงว่าชำระขั้นต่ำ 151.54 บาท แต่ตัดเงินต้นได้แค่ 100.17 บาท หากจ่ายเพิ่มได้ ให้จ่ายเพิ่ม โดยเฉพาะเมื่อมีเงินก้อน เช่น โบนัส
5. ตั้งเตือนวันครบกำหนดและเปิดหักบัญชีอัตโนมัติ
การชำระล่าช้าทำให้มีค่าติดตามทวงถาม (50 – 100 บาทต่อรอบ) ดอกเบี้ย/เบี้ยปรับ และกระทบประวัติเครดิต ttb มีบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติและชำระผ่านแอปโดยไม่เสียค่าบริการ
6. อย่าใช้เงินกู้ดอกเบี้ยสูงปิดหนี้ที่ไม่ใช่ปัญหาจริง
ก่อนรวมหนี้ ลองจดรายการหนี้ทั้งหมด อัตราดอกเบี้ย และยอดคงค้าง แล้วจัดลำดับ ปิดก้อนที่ดอกเบี้ยสูงสุดก่อน (เทคนิค Debt Avalanche) และดูว่าเหตุที่ทำให้เป็นหนี้คืออะไร เช่น รายจ่ายเกินรายรับ ถ้าไม่แก้ที่ต้นเหตุ หนี้ก้อนใหม่จะตามมา
7. มีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3 – 6 เดือน เป็นเป้าหมายระยะยาว
บัตรกดเงินสดเป็นตัวช่วยสำรอง ไม่ควรแทนกองทุนฉุกเฉินของคุณเอง แม้จะสร้างได้ช้า ก็เริ่มเก็บเดือนละเล็กน้อยให้สม่ำเสมอ
ถ้าเริ่มจ่ายไม่ไหว: ติดต่อธนาคารก่อนครบกำหนด สอบถามทางเลือกการปรับโครงสร้างหนี้ อย่าหนีหรือเงียบ และหลีกเลี่ยงหนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงเกินกฎหมาย ttb contact center โทร. 1428
พร้อมสมัครบัตรกดเงินสด ttb flash แล้วหรือยัง?
กรอกใบสมัครออนไลน์กับ ttb ผ่านลิงก์ด้านล่าง ผลอนุมัติ วงเงิน และอัตราดอกเบี้ยจริงขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคาร